[POT] Inui & kaidou : Blaze Of Love

posted on 11 Sep 2008 22:59 by yosakura  in storY

 

:Talk >> นี่คือเรื่องที่แต่งขึ้นตามจินตนาการ....

ขอเตือนว่าแอบมีอะไรๆไม่ปกตินิดหน่อย
ดังนั้นถ้าใครรับไม่ได้

กรุณาปิดหน้านี้โดยด่วนนะคะ ^0^v : 

 

Fiction : Blaze Of Love
Pairing : Inui Sadaharu x Kaido Koru <+Renji@Hyutei>
Spiecal form : Original Manga “TENNIS NO OSAMA”
Writer : Yozakura


  + + + + + + + + + + +  + + + + + + + + + + + +  
 

“เราจะเป็นคู่เทนนิสอันดับ 1 ด้วยกันนะ....”
“แต่สำหรับฉัน ฉันอยากรู้ว่าฉันกับนายใครจะแข็งแกร่งกว่ากันต่างหาก”
“.......เรนจิ......” 

คำพูดที่วนเวียนรบกวนความรู้สึกมาตลอด 4 ปี 2 เดือน กับอีก 16 วัน...ได้ถูกทำลายลงไปในระหว่างการแข็งขันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว
ถึงแม้รูปถ่ายในกรอบรูปที่อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือจะถูกย้ายมาเก็บในอัลบั้มภาพเล่มหนาแต่ทว่าเมื่อเปิดดูสักกี่ครั้งก็ยังคงรู้สึกคิดถึงมันจนต้องถอนหายใจออกมา...
 

“รุ่นพี่อินูอิ...” เสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยเอ่ยเรียกหลังจากที่เปิดประตูเข้ามา น้ำเสียงนั้นทำให้อินูอิหลุดจากห้วงแห่งความคิดกลับมาสู่ความเป็นจริงอีกครั้ง ผู้ชายที่เดินเข้ามานั้น ในมือข้างซ้ายถือถาดที่มีชาเขียวเย็นสองแก้วและขนมเซมเบ้อยู่ในถาดขนาดย่อย  “....ไม่รู้ว่าจะหยิบอะไรดีก็เลยถือวิสาสะหยิบมาแค่นี้” 

“อา—ไม่ต้องกังวลไปหรอกไคโด” อินูอิใช้หลังนิ้วชี้ขยับแว่นเบนสายตาที่มองสันปกอัลบั้มภาพเล่มหน้าบนโต๊ะเหลียวหันกลับมามองหน้ารุ่นน้องที่จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังคงคบหากันอยู่  “ขอโทษทีเสียมารยาทให้นายไปหยิบเอง....” 

“ผมเต็มใจครับ...ถ้าขืนให้รุ่นพี่ทำตามใจชอบคงจะได้กินน้ำโคล่า หรือไม่ก็น้ำผักแน่ๆ”  ไคโดคาโอรุวางถาดที่ใส่ขนมและน้ำชาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือพลางถกแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวให้ขึ้นไปอยู่ตรงข้อศอก “คงไม่ได้มัวแต่คิดถึงเรื่องไร้สาระอยู่หรอกนะครับ” 

“อืม...มันก็เป็นแบบนั้นนะแหละ”  อินูอิพยักหน้ารับแล้วหันไปมองนอกหน้าต่างผ่านกระจกใสแจ๋วของห้องนอน  “ถึงอย่างนั้นมันก็น่าเจ็บใจออกนะ...” เพราะการที่ต้องเป็นแบ็คมาให้กับเรนจิตลอด...จึงได้มองดูความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายและคอยตามเก็บถ้าหากส่งที่ควรตอบกลับนั้นหลุดมาถึงมือ....ตลอดระยะเวลาที่เรียกได้ว่าเกือบจะดูแลและอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายในสนามนั้น พอมาโดนตัดรอนกันอย่างง่ายๆ ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกเจ็บใจเป็นธรรมดา  ทั้งๆ ที่คิดว่าความสนิทสนมนั้นแน่นหนาเพียงพอแล้ว....แต่อยู่ๆ จะมาเปลี่ยนคู่โดยปรึกษากันก่อนก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนโดนหักหลังไปเลยทีเดียว  

“ผมก็เข้าใจอยู่หรอก” ไคโดที่เห็นอีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้น จึงเปลี่ยนเรื่องหันมาหยิบชาเขียวเย็นหนึ่งแก้วบนถาดถือมานั่งบนเตียงแล้วก้มลงดูด  “.....บางทีผมอาจจะเข้าใจเรนจิซังขึ้นมาบ้างก็ได้....” 

ถึงจะรู้ว่าความหมายของคำพูดไคโดคืออะไร....แต่อินูอิก็ทำได้เพียงแค่ยิ้มให้เล็กน้อยเท่านั้น ถึงแม้ไคโดมีนิสัยต่างจากเรนจิโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรูปร่างหรือลักษณะนิสัย...แต่ทว่าเพราะความกระตือรือร้นและเอาจริงเอาจังจนดูออกแนวแกมโวยวายแบบไคโดเลยทำให้พลอยสนุกไปด้วย.....และที่สำคัญเพราะไคโดไม่เคยมองข้ามกันเลยสักครั้งนั่น เลยก่อเป็นความรู้สึกดีๆ จนเรียกว่าอยากจะเอาใจใส่ไคโดโดยตลอดเลยก็ได้

 “ไหงพูดแบบนั้นซะได้ล่ะไคโด....”  อินูอิใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้น ค่อยๆ หันกลับมามองอีกฝ่ายเต็มๆ สายตาอีกครั้ง “การทำแบบนั้นเลยทำให้ฉันเหมือนถูกทรยศอยู่ฝ่ายเดียว แต่ถ้านายเข้าใจเรนจิละก็...ก็เท่ากับว่า 50% ของความรู้สึกนายก็คืออยากทิ้งฉันอย่างนั้นซิ...” “โอ่ย—ไม่ได้พูดหมายความว่าแบบนั้นสักหน่อย” ไคโคลุกพรวดพราดกระแทกแก้วบนโต๊ะเขียนหนังสืออย่างไม่สบอารมณ์ พลางหันกลับมาหิ้วกระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย “วันนี้ไม่ติวแล้ว....จะกลับบ้านล่ะ” 

“ถึงจะไม่ได้เล่นเทนนิสคู่กันอีกแล้ว....แต่นายก็คงไม่ได้คิดอยากจะอยู่คนละมหาลัยกับฉันหรอกนะใช่มั๊ย?” อินูอิเอื้อมมือคว้าแขนนั้น ถึงแม้จะไม่ได้ออกแรงมากมายนัก แต่ความอบอุ่นก็กลับรั้งอีกฝ่ายได้ชะงักไคโดก้มลงมองแขนตัวเองที่ถูกมือของอีกฝ่ายจับเอาไว้อยู่....ถึงอยากจะปฏิเสธก็คงทำไม่ได้ ดวงตาโตๆ จึงหรี่ลงเล็กน้อยแล้วถอนหายใจออกมา....
เพราะไม่เคยอยากรับรู้ถึงอดีตของรุ่นพี่อินูอิกับเรนจิซังอย่างลึกซึ้ง  ในการแข่งขันวันนั้นจึงเป็นฝ่ายเดินหนีออกมาจากกลุ่มของชมรมเทนนิสเซกากุแล้วแฝงตัวอยู่ด้านชั้นบนสุด...
ถึงแม้จะพูดอย่างนั้นแต่ทว่าก็พอรับรู้ความรู้สึกของรุ่นพี่อินูอิที่มีต่อเรนจิซังในวันนั้นได้เป็นอย่างดี นั่นเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นพลังความแข็งแกร่งและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของรุ่นพี่อินูอิ
 การเล่นที่ละทิ้งสไตล์ของตัวเองเพื่อทำให้ทุกอย่างที่ค้างคาให้หวนกลับมาอีกครั้ง....ความรู้สึกกดดันจนน่าอิจฉานั้นก็ดึงดูดจนทำให้ละสายตาไม่ได้เช่นกัน 

“ไดโด.....?”  อินูอิเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง อีกมือเอื้อมดึงกระเป๋าเป้ออกจากไหล่ของรุ่นน้องอย่างละมุนละม่อม “...เป็นไปได้ 90%ที่นายจะยอมนั่งลงบนเก้าอี้แล้วให้ฉันติว...ใช่มั๊ย?” 

ไคโดเบนหน้าหนีหลบตาอีกฝ่าย....ถึงจะถูกพูดกะเกณฑ์ออกมาแบบนั้นแต่แท้ที่จริงแล้วมันก็เป็น 100% เลยทีเดียวที่ไม่สามารถขัดขืนได้....ไคโดเลื่อนเก้าอี้หน้าโต๊ะเขียนหนังสือออกแล้วนั่งลงในทันที.... อินูอิเอื้อมมือมาดันถาดอาหารบนโต๊ะให้ไปชิดอีกทางแล้วกางหนังสือเรียนเพื่อเตรียมติวเอาไว้ให้   

“วันนี้ฉันลองดูเนื้อหาที่คิดว่าจะออกสอบ 70% ทำมาเพื่อให้นายโดยเฉพาะ ในขณะที่พูดพร้อมกางหนังสือแล้วหันไปมองอีกฝ่ายที่นั่งหน้ามุ่ย   “....ไคโด?”
 

“รู้แล้วละน่า” ไคโดถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเปิดกระเป๋าเป้หยิบสมุดโน้ตที่ใช้สำหรับเลคเชอร์กับอินูอิโดยเฉพาะ น้ำเสียงเนิบๆ เริ่มพูดต่อและปลายนิ้วเรียยาวก็จับดินสอชี้แจงไปทีละหัวข้ออย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป....
 

ถึงแม้อินูอิจะเข้าใจความหมายของไคโดที่ว่า “---บางทีอาจจะเข้าใจเรนจิก็ได้---” คำพูดแบบนั้นจะว่าไม่ได้ทำให้จิตใจว้าวุ่นเลยก็ไม่ได้ เพราะตัวของเค้าเองก็เข้าใจตัวเองเลยทำให้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน อาจจะเป็นเพราะการยึดติดที่มีต่ออีกฝ่ายมากจนเกินไปเลยดูเหมือนทำให้กดดัน  บางที....ก็เคยคิดเหมือนกันว่าถ้าหากว่ายึกติดกับไคโดมากจนเกินไป อาจจะพลอยทำให้รู้สึกโดนเหินห่างบ้างก็ได้...แต่ทว่าไคโดเองก็ไม่เคยเห็นอินูอิเป็นคู่แข่ง
นั่นจึงตัดปัญหาเรื่องความรู้สึกที่อยากเผชิญหน้าแล้วถามหาว่าใครแข็งแกร่งกว่ากัน....
อินูอิหยุดปลายดินสอกดไว้ที่หัวข้อใหญ่ของบทที่สาม...แล้วนิ่งเงียบเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ทว่าถึงแม้ว่าไคโดจะจดเชคเชอร์อย่างคร่าวๆ เสร็จแล้วอินูอิก็ไม่มีท่าว่าจะพูดต่อเสียที เลยทำให้ดวงตาโตๆ ของไคโดต้องเบนหันไปมองหน้าอินูอิ... 

“รุ่นพี่อินูอิ.....”
“อา....ขอโทษทีฉันเหม่อไปหน่อย....กำลังคิดถึงเรื่องเรนจิอยู่นะ”
“งั้นเหรอ?”
“คิดถึงวันที่แข่งซิงเกิ้ลคราวนั้น....ถ้าไม่ได้ยินเสียของนาย ฉันอาจจะแพ้แบบฉิวเฉียดไปแล้วก็ได้” 

ไคโดเงียบกริบเมื่อได้ยินแบบนั้น....ใบหน้าเรียวเบนหนีไปอีกทางเพราะรู้ตัวดีว่าอายกับคำพูดนั้นเช่นไหน  

“ในวันแข่งขัน....เรนจิเคยถามว่า ฉันไปเอาพละกำลังมาจากไหนกันนะ....ในตอนนั้นฉันเองก็คิดอยู่เหมือนกัน” อินูอิใช้นิ้วชี้ดันแว่นขึ้นอีกครั้งแล้วยิ้มออกมา   “....มันอาจจะมาจากนายก็ได้” 

“เรื่องเก่าคร่ำครึ...จำไม่ได้แล้วสักหน่อย” ไคโดถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง “ถ้าไอ้ที่ตะโกนแบบนั้นละก็...ถ้ารุ่นพี่อินูอิแพ้ละก็ทีมเราก็อดเข้ารอบแข่งขันนะซิ” 

“งั้นหรอกเหรอ” อินูอิยิ้มมุมปากเล็กน้อย ถึงจะรู้ว่าไคโดแก้ตัวไปแต่อินูอิก็ไม่ได้พูดอะไรต่อนอกเสียจากว่าจะอมยิ้มเล็กน้อยแล้วใช้ปลายดินสอกดเคาะที่หนังสืออีกครั้ง 

“มาเริ่มติวกันต่อเถอะไคโด....”
 อินูอิใช้มือซ้ายโอบเอวอีกฝ่ายไว้...รับรู้ได้ถึงความตกใจจนน่าสะดุ้ง แต่ถึงแบบนั้นอินูอิก็ไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวนั้นสักที...ถึงแม้จะไม่ใช่การกอดรัดแบบหวงแหนหรือรั้งจนให้อึดอัด
แต่การกอดไว้แบบหลวมๆ ก็ยากที่จะทำให้อีกฝ่ายปฏิเสธได้
 ไคโดยกหลังมือปิดปากบ่นอุบอิบแต่พอได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นพี่อินูอิก็อดที่จะหันมาโวยวายใส่ไม่ได้....ถึงจะน่าโมโหไปบ้าง
แต่ว่า.....ก็เป็นคนที่เอาใจใส่และคอยดูอย่างดีมาโดยตลอด ไคโดค่อยๆ ก้มหน้าลงอีกเล็กน้อย....แล้วกดปากาลงบนกระดาษเสียจนแน่น...
 

“...ถ้าจบบทนี้แล้วทำแบบฝึกหัดได้สามข้อจะให้กลับบ้านนะ.....ดึกหน่อยก็ไม่เป็นไรใช่มั๊ย?” ไคโดพยักหน้ารับโดยที่ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดๆ ออกไปสักคำ....
น้ำเสียงของอินูอิที่กระซิบเข้ามาใกล้ๆ จนต้องใช้ข้อศอกดันแผ่นอกนั้นออก....ท่าทางมุ่งมั่นกลับมาตั้งใจกับการเลคเชอร์อีกครั้งเล่นทำเอาอินูอิต้องอมยิ้มออกมา....
  
เมื่อก่อนอาจจะเคยยึดติดกับเรนจิสัก 75% แต่ทว่าในตอนนี้อินูอิมั่นใจแล้วว่า...ความรู้สึกที่อยากดูแลและเอาใจใส่ไคโดเพราะความรู้สึกพิเศษเหนือกว่าคนอื่นคนใด....มันคือความรู้สึกชอบที่เรียกได้ว่า 100% เลยทีเดียว....   


                                   
 ------สู้เค้าอินูอิซาดาฮารุ!!!  



FIN. 




Ps: เมื่อวานไปนั่งย้อนดูตอนที่อินูอิกับเรนจิแข่งกันแล้วมันแบบว่า.....หยึย!!!!! เรารู้นะว่าอินูอิคิดอะไรนะ~~~~~
วันนี้ก็เลยบ้าบอคอแตกแต่งฟิกสนองนีดส์ตัวเองซะเลย ><
ใครอ่านไม่เข้าใจ ขออภัยคะ (เพื่อ.....?)
แต่เรนจิก็พูดจริงๆนี่นาว่า “นายไปเอาพละกำลังมาจากไหนกัน?” 
แล้วที่สำคัญไคโดก็พูดด้วยว่า “จะแพ้ไม่ได้นะครับรุ่นพี่...”

วู้....มันช่างสุขเกษมเปรมปรีย์อะไรเช่นนี้
><

จบแล้วคะ....ฟิกสนองความบ้าตัวเอง.... อินูอิไคโด .....สู้ต่อไป ฮูเร่ ^^